วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

>>>>"สนธิ"ย้ำ ครม.ขายชาติทำเสียดินแดนเพิ่ม

"สนธิ"ย้อนประวัติศาสตร์อันคั่งแค้นที่ไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารในอดีต แฉ "นพดล" แอบไปลงนามขายชาติยกให้เขมรไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.แล้วและมีผลสมบูรณ์แล้ว ชี้ถ้ายูเนสโกไฟเขียวจะทำให้ไทยต้องเสียพื้นที่โดยรอบอีก 2.5 ตารางกิโลเมตรไปด้วย ระบุถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคนพวกนี้จะต้องตายทั้งคณะถึงจะสาสม

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.51 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีโดยได้เปิดเทปบันทึกรายการยามเฝ้าแผ่นดินที่ออกอากาศ 9 พ.ค.ที่ผ่านมาที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยการก่อสร้างประสาทพระวิหารในยุคขอมโบราณที่ไม่ใช่คนเขมรในปัจจุบัน จนกระทั่งมาถึงในยุคที่ไทยต้องพ่ายแพ้คดีในศาลโลก เมื่อ 46 ปีก่อน แต่ไทยก็สงวนสิทธิ์ในการเป็นมีกรรมสิทธิ์ครอบครองปราสาทพระวิหารมาตลอด นายสนธิ ย้ำว่าที่ผ่านมาไทยได้เสนอขอให้มีการพัฒนาร่วมกัน และถ้าขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต้องก็ต้องเสนอร่วมกัน เนื่องจากถ้ายอมให้กัมพูชาเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวจะทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่โดยรอบปราสาทประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตรไปด้วย
"ต้องบอกว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ต้องโทษขายชาติ และต้องติดคุกทั้งคณะ" นายสนธิ ระบุ พร้อมทั้งย้อนอดีตให้ฟังอีกว่า ในการก่อสร้างในยุคโบราณต้องสร้างจากฝั่งไทยเพราะฝั่งกัมพูชาเป็นภูเขาสูง และที่สำคัญคนไทยเป็นคนค้นพบปราสาทพระวิหาร ซึ่งคนที่ค้นพบดังกล่าวคือ กรมหลวงสรรพสิทธิ์ฯพระโอรสในรัชกาลที่ 5 ขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการมณฑลภาคอีกสานเมื่อกว่าร้อยปีก่อน และยังมีการจารึกชื่อปรากฎเอาไว้ชัดเจน
นายสนธิ ยังได้ยกตัวอย่างการครอบครองปรปักษ์ ซึ่งไทยได้เคยครอบครองปราสาทพระวิหารมานานกว่าร้อยปี จนกระทั่งมาถึงยุคที่กัมพูชาได้ร้องศาลโลกในยุคของเจ้าสีหนุซึ่งมีความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจนักล่าอาณานิคม และการตัดสินก็ออกมาเป็นมติ 9 ต่อ 3 จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นเอกฉันท์ และรัฐบาลไทยในอดีตก็ไม่ได้ยอมรับมตินี้ โดยได้ยื่นขอสงวนสิทธิ์ในประสาทพระวิหารมาตลอด นายสนธิ เปิดโปงอีกว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา นายนพดล ปัทมะ ได้แอบไปเจรจาตกลงให้กัมพูชายื่นจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว ถามว่าทำไมไทยไม่ยื่นร่วมกันไปด้วย มันจะหนักกบาลหรือเสียหายตรงไหนไม่ทราบ
อย่างไรก็ตามเขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ไม่ยื่นพร้อมกันเนื่องจากมีเบื้องหลัง และต้องการให้เกิดแผนที่ใหม่ที่จะทำให้พื้นที่บริเวณโดยรอบประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นของไทยต้องเสียไปด้วย นายสนธิ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า หลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งระงับการดำเนินการในแถลงการณ์ร่วมฯและให้คณะรัฐมนตรียุติการรับรองการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว แต่ถ้าสังเกตให้ดีหลังจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลกลับทำท่าเฉยเมยไม่กระตือรือล้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายสมัคร สุนทรเวช ใช้วิธีโทรศัพท์ไปถึงนายฮุนเซน แทนที่จะใช้วิธีส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ นายนพดล เพิ่งส่งคำสั่งศาลปกครองไปถึงองค์กรยูเนสโกในวันที่ 2 ซึ่งเป็นที่เริ่มพิจารณาเรื่องปราสาทพระวิหารกันแล้ว อยากถามว่าในวันที่ 28-29-30 มิ.ย.ถึงวันที่ 1 ก.ค.มัวไปทำอะไร มิหนำซ้ำนายนพดล ยังได้แอบไปทำสัญญายินยอมให้กัมพูชาไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ก่อนหน้านี้ไปแล้ว ทำให้ยูเนสโกยึดถือในการลงนามดังกล่าวรวมทั้งมติครม.ก่อนหน้านี้และถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว
"ถ้ายูเนสโกบยอมให้เขมรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกและกินอาณาบริหารพื้นที่โดยรอบเนื้อประมาณ 2.5 ตารางกิโลเมตรของไทยไปด้วย นายสมัคร นายนพดล และครม.ทั้งคณะ รวมทั้งเจ้ากรมแผนที่ทหาร อธิบกรมสนธิสัญญานอกจากจะต้องติดคุกหรือโดนประหารชีวิตในข้อหาขายชาติแล้วยังต้องตายพร้อมกันด้วย" นายสนธิ ระบุ

แกนนำพันธมิตรฯผู้นี้ย้ำว่า ในยุคที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันทรงครองราชย์มาถึง 62 ปี ยังไม่เคยเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่ต้องมีสูญเสียเพราะพวกจัญไรพวกนี้ และฝากไปถึงพี่น้องภาคอีสาน ให้รู้ว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนเป็นพรรคขายชาติ อย่าลืมพวกคนเหล่านี้เป็นอันขาด

แหล่งที่มา

ข่าว >>>> http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000078561

ภาพ >>>>

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000078561

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/95/95/images/31_7_50KaoPrawihan/550000009896002

http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/news/kaoprawiharn_thairath

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551

>>>>นาทีต่อนาที! พันธมิตรฯ เคลื่อนพลดาวกระจายล้อมทำเนียบไล่รัฐบาลหุ่นเชิด

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศชุมนุมใหญ่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งต่อต้านการครอบงำโดยระบอบทักษิณที่มีรัฐบาลหุ่นเชิดเป็นตัวแทน โดยได้เคลื่อนการชุมนุมมาปักหลักที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนิน เนื่องจากถูกสกัดกั้นโดยอำนาจของรัฐตำรวจ ซึ่งจนถึงขณะนี้การชุมนุมยืดเยื้อได้ล่วงเข้าวันที่ 27 แล้ว
แผนที่แสดงจุดชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งได้เคลื่อนมาจากเชิงสะพานมัฆวานฯ และสามารถปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 20 มิ.ย.โดยผู้ชุมนุมได้ใช้พื้นที่ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกมิสกวันไปจนถึงหน้าโรงพยาบาลมิชชันเป็นที่ชุมนุม พร้อมกับตั้งเวทีปราศรัยใกล้กับแยกนางเลิ้ง
20 มิ.ย. 51 06.00 น. - ประชาชนเริ่มทยอยรวมตัวที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนิน ซึ่งเป็นจุดตั้งเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขณะที่บางส่วนได้ทยอยไปรอที่ทำเนียบรัฐบาลบ้างแล้ว
07.30 น. -พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีสะพานมัฆวานฯ ชี้แจงแนวทางการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบฯ โดยยึดหลักอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พกอาวุธ เด็ดขาด พร้อมระบุว่ามีคนจาก นปก.พยายามจะแทรกซึมเข้ามาเพื่อก่อความวุ่นวาย ขอให้สังเกตว่าใครที่มีพฤติกรรมต่างจากที่กล่าวมาแม้จะแต่งตัวคล้ายพันธมิตรฯ ก็ให้ถือว่าเป็นพวก นปก.
08.00น. – ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ นักรัฐศาสตร์อาวุโส ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ให้กำลังใจต่อผู้ชุมนุม
09.00 น. – รายงานสภาท่าพระอาทิตย์ จัดรายการเสวนาสดบนเวที 09.30 น. – นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อ่านประกาศแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 14/ 2551 เรื่อง “ธำรงความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ”
10.00น. - บรรยากาศบนเวทีพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังคงดำเนินไปตามปกติ 10.15น. - นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พร้อมด้วยผู้ชุมนุมบางส่วน ได้หลุดแนวปิดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถเข้าไปถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไม่ให้เดินหน้าต่อไป และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาให้ถอยขบวนออกนอกพื้นที่
11.30น. - พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ นำผู้ชุมนุมประมาณ 100คน ฝ่าด่านตำรวจบริเวณวัดโสมนัสไปได้บางส่วนแล้ว
- ครูอารมณ์ มีชัย แม่ดีเด่นแห่งชาติ และข้าราชการครูบำนาญ ขึ้นเวทีปราศรัยให้กำลังใจผู้ชุมนุม
11.50น. - นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สงขลา อดีตอาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แนะนำวิธีป้องกันตัวกรณีถูกสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา
11.56น. - นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัย

12.30น. - กลุ่มผู้ชุมนุม ชุดที่มี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ เป็นผู้นำขบวน ได้เคลื่อนพลไปถึงบริเวณแยกนางเลิ้งก่อนตัดเข้าถนนนครสวรรค์ และเลี้ยวซ้ายด้านข้างประตูทำเนียบ
12.40น. - นายสนธิ ลิ้มทองกุล และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ นำชุดผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเคลื่อนมาสมทบกับชุดของพล.ต.จำลอง ได้แล้ว ซึ่งล่าสุดมีผู้ชุมนุมตรงจุดดังกล่าวแล้วนับหมื่นคน
12.45น. - พันธมิตรฯ ตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวบนรถบรรทุก บริเวณแยกนางเลิ้ง
13.20น. - นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง ซึ่งเดินขบวนมาพร้อมผู้ชุมนุม ขึ้นเวทีพันธมิตรฯชั่วคราวแยกนางเลิ้ง ร้องเพลงให้กำลังใจประชาชน
13.30น. - นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย นำพันธมิตรฯอีกกลุ่ม เคลื่อนขบวนออกมาทางวัดมกุฏกษัตริยาราม ผ่านแนวกั้นของตำรวจออกมาได้ด้วยความเรียบร้อย

13.45น. - ได้นำผู้ชุมนุมฝ่าด้านแยกมิสกวันมายังหน้าทำเนียบฯได้แล้ว แกนนำพันธมิตรฯ ธงไชย นายพิภพ และ โกศัยสุข -นายสมศักดิ์
14.25น. นำพันธมิตรฯกลุ่มหนึ่งถึงแยกมิสกวัน นำพันธมิตรฯ และนายพิภพ นายสมศักดิ์
15.00น. - นายสมศักดิ์ ได้นำหัวขบวนพันธมิตรฯ ที่สามารถผ่านเข้าหน้าทำเนียบฯได้แล้ว เดินมุ่งผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพาณิชย์พระนคร มาสมทบกับกลุ่มที่แยกนางเลิ้ง โดยให้ท้ายขบวนยาวพาดไปหน้าทำเนียบฯ
15.07น. - เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคลื่อนย้ายรถบรรทุกขนผู้ต้องหาออกจากแยกนางเลิ้ง ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯทั้งหมดบรรจบกันได้ 15.27น. - พล.ต.จำลอง อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 14/2551 บนเวทีพันธมิตรฯที่แยกนางเลิ้งอีกครั้ง
15.30น. - พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก.และรองโฆษก ตร. แถลงยอมรับว่า การที่พันธมิตรฯเคลื่อนพลยึดทำเนียบได้ ถือเป็นชัยชนะของสังคม ที่ตำรวจและประชาชน ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง>
- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เรียกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 และนายธีรพล นภรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หารือด่วนที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต - พันธมิตรฯ เริ่มตั้งเวทีถาวร บริเวณแยกนางเลิ้ง ขณะเดียวกันก็ตั้งเวทีคู่ขนานที่แยกมิสกวันอีกแห่ง
15.40 น. - นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ได้นำกลุ่มประชาชนที่ติดด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ กว่าพันคน เดินทางไปตามถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม และข้ามสะพานตรงข้ามคุรุสภา เพื่อที่จะเลี้ยวขวาออกมุ่งหน้าสู่ทำเนียบฯ
17.30น. - พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ประชุมประเมินภาพรวมการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เบื้องต้นพอใจผลการทำงานของตำรวจ
17.50น. - พันธมิตรฯ ได้ยุบเวทีชั่วคราวบริเวณแยกมิสกวัน เพื่อไปรวมเป็นเวทีใหญ่แห่งเดียวที่แยกนางเลิ้ง โดยได้ทยอยขนอุปกรณ์ และประชาชนที่ตกค้างจากสะพานมัฆวานฯมาสมทบด้วย
18.00น. - เริ่มมีการปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯชั่วคราวที่บริเวณแยกนางเลิ้ง
19.10น. - นายประพันธ์ คูนมี อดีตสนช. กล่าวปราศรัยบนเวที
19.28น. - นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวปราศรัยบนเวที
20.00น. - การ์ดพันธมิตรฯ ได้นำประชาชนชุดสุดท้ายที่อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ประมาณ 100 คน ขอผ่านด่านสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาได้อย่างสงบ โดยเจ้าหน้าที่ยอมเปิดทางเล็กๆให้ผ่านแต่โดยดี
- ขณะที่บริเวณแยกนางเลิ้ง อาสาสมัครพันธมิตรฯฯ เริ่มก่อสร้างเวทีถาวรขึ้น
21.00น. - นายเทิดภูมิ ใจดี อดีตผู้นำแรงงาน ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ
21.20น. - นายสุริยัน ทองหนูเอียด แกนนำพันธมิตรภาคเหนือ และอดีตผู้นำนักศึกษา ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ
21.45น. - อาจารย์ประยูร อัครบวร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวพันธมิตรฯ
Credit
>>ภาพข่าวจาก http://blueburriez.hi5.com/